เจาะลึกแนวคิดการคำนวณผลประโยชน์พนักงาน: ทำไม TFRS for NPAEs จึงแตกต่างจาก TAS19 อย่างสิ้นเชิง

17 กรกฎาคม 2568

เมื่อกล่าวถึง “การคำนวณผลประโยชน์พนักงาน” หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงการนับจำนวนปีทำงานแล้วคูณอัตราค่าชดเชย แต่แท้จริงแล้วเบื้องหลังการคำนวณผลประโยชน์พนักงานนี้มีองค์ประกอบทางเศรษฐศาสตร์ คณิตศาสตร์ประกันภัย และหลักการบัญชีที่ซับซ้อนมากกว่าที่หลายคนคาดคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปรียบเทียบ TFRS for NPAEs กับ TAS19 ซึ่งทั้งสองมาตรฐานนี้มีแนวคิดที่แตกต่างกันแบบ “โลกคนละใบ” ถึงแม้ว่าจะพูดถึงเรื่องเดียวกันคือการคำนวณผลประโยชน์ของพนักงานก็ตาม

แนวคิดของ TFRS for NPAEs ในการคำนวณผลประโยชน์พนักงาน

TFRS for NPAEs: ใช้ “การประมาณการที่ดีที่สุด” ไม่ได้อิงหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยเต็มรูปแบบ

TFRS for NPAEs เป็นมาตรฐานที่ออกแบบมาเพื่อกิจการขนาดกลางและขนาดเล็ก เน้นความง่ายและลดภาระของผู้ประกอบการ ดังนั้นในหัวข้อการคำนวณผลประโยชน์พนักงาน มาตรฐานนี้ไม่ได้บังคับให้ต้องใช้แบบจำลองคณิตศาสตร์ประกันภัยเต็มรูปแบบ (actuarial valuation) เหมือน TAS19

หลักคิดของ TFRS for NPAEs คือ ให้ใช้การประมาณการที่เหมาะสมที่สุด (best estimate) ตามข้อมูลที่ผ่านมาและข้อมูลจริงในปัจจุบัน” เช่น คำนวณจากจำนวนวันทำงานย้อนหลัง คำนวณจากค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้น คำนวณตามรูปแบบการจ่ายที่ผ่านมา

จุดเด่นคือทำง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ปัญหาคือ ไม่สะท้อนภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานในอนาคตอย่างแท้จริง และไม่มีการคาดการณ์ความเสี่ยงในอนาคต เช่น การเติบโตของเงินเดือน อัตราลาออก อายุขัย หรืออัตราคิดลด

ที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อมีการวัดมูลค่าใหม่จากการประมาณการผิดพลาดหรือข้อมูลเปลี่ยนแปลง ผลกระทบทั้งหมดจะเข้า “P&L ทันที” ซึ่งทำให้งบการเงินผันผวนมากกว่ามาตรฐาน TAS19 อย่างมีนัยสำคัญ

นี่คือเหตุผลที่ การคำนวณผลประโยชน์พนักงานสำหรับ TFRS for NPAEs ต้องใช้ความระมัดระวังสูง เพราะทุกความคลาดเคลื่อน แม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถกระทบกำไรสุทธิของกิจการทันทีโดยไม่มีตัวรองรับเหมือน TAS19

และในปัจจุบัน ทีมงาน ABS และอาจารย์ทอมมี่ ได้ทำการคำนวณผลประโยชน์พนักงานให้กับกิจการ NPAEs จำนวนมาก จึงได้พบกับหลายเคสที่ความผันผวนใน P&L เกิดขึ้นจากการตั้งสมมติฐานที่ไม่ถูกต้องหรือประเมินผิดเพียงเล็กน้อย ทำให้ต้องให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์เพื่อช่วยกิจการวางแผนรับมือความผันผวนเหล่านี้อย่างรอบคอบ


TAS19: ล้อกับมาตรฐานสากล IAS19 โดยตรง ใช้หลักคณิตศาสตร์ประกันภัยเต็มรูปแบบ

ในขณะที่ TFRS for NPAEs เน้นความง่าย แต่ของTAS19 นั้น “ล้อกับ IAS19” ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้ทั่วโลก ตั้งแต่ยุโรป อเมริกา จนถึงเอเชีย โดยหัวใจสำคัญคือ TAS19 ต้องใช้ Actuarial Valuation ตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ประกอบด้วยสมมติฐาน เช่น อัตราขึ้นเงินเดือน อัตราคิดลด (Discount Rate) อัตราตาย อัตราลาออกตามช่วงอายุ และ อายุเกษียณ รวมถึงแบบจำลองการคาดการณ์ในอนาคตที่ละเอียดมาก เป็นต้น

  • ผลกระทบสำคัญคือ กำไร–ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงสมมติฐาน จะถูกแบ่งเป็น P&L กับ OCI ตามประเภทของผลประโยชน์ เช่น
    ผลประโยชน์เกษียณ (LSP) → ผลกระทบส่วนใหญ่จะไปเข้า OCI
  • ผลประโยชน์ระยะยาวอื่น (LSA) → ผลกระทบจะเข้า P&L

ซึ่งแตกต่างกับ TFRS for NPAEs อย่างสิ้นเชิงที่ “ทุกอย่างเข้า P&L หมด”

TAS19 จึงให้ภาพที่แม่นยำกว่า วางแผนได้มากกว่า และสะท้อนความเสี่ยงในอนาคตได้ดีอย่างเป็นระบบ แต่แลกกับความซับซ้อนที่สูงขึ้น


ประสบการณ์ตรง: ทำไมต้องให้ผู้เชี่ยวชาญ—โดยเฉพาะนักคณิตศาสตร์ประกันภัยระดับ Fellow เป็นผู้ทำ

การคำนวณผลประโยชน์พนักงานภายใต้ TAS19 จำเป็นต้องใช้แบบจำลองเชิงคณิตศาสตร์และเศรษฐศาสตร์จำนวนมาก หากผู้ประเมินไม่มีความเชี่ยวชาญพอ ตัวเลขภาระผูกพันจะคลาดเคลื่อนมาก และนำไปสู่การตั้งสำรองผิดพลาด

ด้าน TFRS for NPAEs แม้จะง่ายกว่า แต่ผลกระทบที่เข้า P&L ทั้งหมด ทำให้ ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้งบการเงินผันผวนอย่างหนัก จึงยิ่งต้องการผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจทั้งสองมาตรฐานเป็นอย่างดี

ในปัจจุบัน ทีมงาน ABS และอาจารย์ทอมมี่ ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจำนวนมาก ทั้ง SMEs และบริษัทใหญ่ ในการคำนวณผลประโยชน์พนักงานตามทั้งสองมาตรฐาน เพราะสามารถให้คำแนะนำทั้งด้านคณิตศาสตร์ประกันภัยและการวางแผนทางบัญชี เพื่อบริหารความเสี่ยงและลดความผันผวนของกำไรอย่างมืออาชีพ

และหากจะให้ดีที่สุด ผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานนี้ควรเป็น นักคณิตศาสตร์ประกันภัยระดับ Fellow (FSA / FIA)

ซึ่งเป็นคุณวุฒิระดับสูงสุดของวิชาชีพ และมีความรู้ลึกในแบบจำลองที่ซับซ้อนของมาตรฐานการคำนวณผลประโยชน์พนักงาน


บทสรุปสำคัญ

  • TFRS for NPAEs เน้นง่าย ประมาณการได้ แต่ผลกระทบทั้งหมดเข้ากำไรขาดทุน ผันผวนมาก
  • TAS19 ใช้หลักคณิตศาสตร์ประกันภัยเต็มรูปแบบ ล้อกับ IAS19 → มาตรฐานสากลที่แม่นยำกว่า
  • การคำนวณผิดพลาดในการใช้ TFRS for NPAEs จะเสี่ยงต่อกำไรสุทธิผันผวน เพราะไม่มี OCI ช่วยรองรับ
  • ทีมงาน ABS และอาจารย์ทอมมี่ มีประสบการณ์สูงในการทำงานทั้งสองมาตรฐาน
  • หากต้องการความแม่นยำ ความโปร่งใส และการบริหารความเสี่ยงที่ดี ควรเลือกผู้เชี่ยวชาญระดับ Fellow Actuary

เขียนและเรียบเรียงโดย อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน)

FSA, FIA, FRM, FSAT, MBA, MScFE (Hons), B.Eng (Hons)

อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย และอาจารย์บรรยายด้านการคำนวณผลประโยชน์พนักงานด้วยหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ตามมาตรฐานบัญชี ฉบับที่ 19 TAS19 IAS19

Like Share

บทความอื่น