คำนวณความรัก กับ ภาพยนตร์ Love Battle รัก 2 ปี ยินดีคืนเงิน

25 เมษายน 2562

คำนวณความรักไปกับ "Love Battle รัก 2 ปี ยินดีคืนเงิน"


            หากกล่าวถึง “นักคณิตศาสตร์ประกันภัย (แอคชัวรี)” แล้วนั้น เชื่อว่าหลายคนคงอาจจะไม่คุ้นกับชื่อนี้ แต่สำหรับภาพยนตร์เรื่อง “Love Battle รัก 2 ปี ยินดีคืนเงิน” ตัวละครหลักอย่าง “แทน” รับบทโดย ปั้นจั่น ปรมะ จะพาเราไปทำความรู้จักกับอาชีพนี้มากยิ่งขึ้น กับการตามล่าหาสถิตเกี่ยวกับคู่รัก และหากถามถึงอาชีพที่เกี่ยวข้องกับ “ประกันภัย” มีอะไรบ้าง เชื่อว่าหลายคนคงนึกไปถึง “ตัวแทนขายประกัน” ก่อนเป็นอันดับแรก ภาพของตัวแทนขายมักจะมาคู่กันมาเสมอ




            แต่หากเราเอ่ยถึงอาชีพ “นักคณิตศาสตร์ประกันภัย (แอคชัวรี)” หลายคนคงไม่คุ้น แต่ความจริงแล้ว นักคณิตศาสตร์ประกันภัย (แอคชัวรี) ไม่ได้ทำงานแค่ในธุรกิจประกันภัยตามเชื่อเท่านั้น แต่นักคณิตศาสตร์ประกันภัย (แอคชัวรี) ยังสามารถทำงานได้ทั้งในบริษัทประกันภัย สถาบันการเงินต่างๆ ธนาคารพาณิชย์ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และหน่วยงานภาครัฐ จึงมีบทบาทสำคัญต่อทุกภาคธุรกิจในระบบเศรษฐกิจ


            เมื่อก่อนกว่าจะรู้กันว่า ความรักจะรอดหรือจะร่วงต้องดูกันยาวนานถึง 7 ปี แต่จากสถิติทุกวันนี้ แค่ 2 ปีก็สามารถรู้ได้ทันที “แทน” นักคณิตศาสตร์ประกันภัย (แอคชัวรี) ผู้ที่ไม่เชื่อในความรัก จึงออกแบบประกันภัยรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า “Love Insurance” ที่นำข้อมูลทางสถิติมาวิเคราะห์เหตุการณ์ในอดีต ประเมินความเสี่ยงในปัจจุบัน และสร้างโมเดลคาดการณ์เหตุการณืที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้


            “ความรัก” ไม่ว่าตอนเกิดขึ้นมันจะเร่าร้อนขนาดไหน แต่สุดท้ายก็ต้องมอดลงอยู่ดี โดยมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า ความรักที่ทำให้หัวใจเต้นแรงจะสามารถอยู่ได้เพียง 600 วัน แต่แท้จริงแล้ว “ความรัก” นั้นมีวันหมดอายุอยู่จริงหรือ?




            “แทน” นักคณิตศาสตร์ประกันภัย (แอคชัวรี) ผู้หาค่าสถิติประกันภัย ที่คำนวณแม้กระทั่งความสัมพันธ์ของคู่รัก หลังจากถูกแฟนสาวของเขาหักหลังอย่างเจ็บปวด ก็เกิดปิ๊งไอเดียประกันภัยรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Love Insurance” หรือ กรรมธรรม์ประกันรักแท้ 2 ปี ทวีทรัพย์ ซึ่งเป็นแบบประกันที่รับประกันเงินคืน 100% พร้อมผลตอบแทนอีก 30% สำหรับคู่รักผู้ถือกรมธรรม์ หากพวกเขาไม่เลิกกันภายในเวลา 2 ปี หลังจากวันที่กรมธรรม์มีผลบังคับใช้




            หลังจากเปิดตัวแนวคิดประกันรูปแบบดังกล่าว ก็ได้รับความสนใจมากมาย แต่คณะกรรมการของบริษัท ต้องการให้เขาค้นหาข้อมูลเพื่อพิสูจน์ว่าผู้ถือกรมธรรม์ส่วนใหญ่จะเลิกกันในไม่ช้าก่อนจะถึงเวลา 2 ปีตามสัญญา โดยมี “จี๊ด” อดีตพนักงานบริษัทจัดหาคู่ ที่ถูกย้ายมาอยู่ในทีมนักคณิตศาสตร์ประกันภัย (แอคชัวรี) ของ “แทน” ช่วยรวบรวมข้อมูลให้ แต่เธอเป็นผู้หญิงที่เชื่อว่าความรักไม่สามารถคำนวณหรือวัดได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความเชื่อของ “แทน” ในขณะที่พวกเขาออกเดินทางเพื่อค้นหาคำตอบว่าผู้ถือกรมธรรม์จะเลิกกันหรือไม่ “Love Battle รัก 2 ปี ยินดีคืนเงิน” พาไปดูการต่อสู้ของพวกเขาที่มีเดิมพันเป็นศักดิ์ศรีก็ได้เริ่มต้นขึ้น




            สำหรับใครที่อยากติดตามหรือเรียนรู้เกี่ยวกับอาชีพ “นักคณิตศาสตร์ประกันภัย (แอคชัวรี)” นี้ ว่าความรักจะสามารถคำนวณหรือวัดผลออกมาเป็นตัวเลขได้หรือไม่ แน่นอนว่า “ความรัก” คงไม่มีสูตรสำเร็จใดจะให้คำตอบเราได้เท่ากับการได้สัมผัสด้วยตัวของเราเอง กับภาพยนตร์เรื่อง “Love Battle รัก 2 ปี ยินดีคืนเงิน” 20 มิถุนายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ใกล้บ้านคุณ




แต่!!!! 

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าความรักก็ออกแบบได้เหมือนกันนะ ?

มาลองออกแบบความรักกับนักคณิตศาสตร์ประกันภัยกันเถอะ!!




            หากกล่าวถึงเรื่องของความรัก เมื่อก่อนนั้นกว่าจะรู้ว่า ความรักจะไปรอดหรือร่วง ต้องใช้เวลาคบหาดูใจกันยาวนานถึง 7 ปี แต่ทำไมความสัมพันธ์ของบางคู่กลับไม่ยืนยาวขนาดนั้น เพราะจากสถิติทุกวันนี้แค่ 2 ปี ก็รู้ผลได้ทันที ! 


ความรักกับวิทยาศาสตร์

            หลายคนอาจบอกว่าความรักเป็นเพราะพรหมลิขิต แต่งานวิจัยของ “เฮเลน ฟิชเชอร์” และผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมมนุษย์ ที่ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับความรักมากว่า 10 ปี เผยว่า “โดยเฉลี่ยแล้ว 2 ปี เป็นช่วงเวลาเหมาะสม หากคู่รักจะพัฒนาความสัมพันธ์ แต่ตัวเลขนี้ก็เป็นเพียงค่าเฉลี่ยเท่านั้น แต่ปัจจัยที่แท้จริงที่ทำให้คน 2 คน “แต่งงานกันหรือรักกัน” ไม่ได้มีแค่ “เวลา” อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังประกอบไปด้วย บุคลิก นิสัยใจคอ ความคิด ความถี่ของการใช้ชีวิตร่วมกันด้วย สุดท้ายความรัก จึงเป็นเรื่องเฉพาะตัวของแต่ละคนที่ต้องหาคำตอบในแบบที่เหมาะสมของตัวเอง


                เพราะสารเคมีในสมอง และเมื่อศึกษาลึกลงไปจะทำให้เข้าใจว่า ทำไมพอหมดช่วงโปรโมชั่นถึงหมดความโรแมนติก ทำไมบางคู่ถึงได้เลิกกัน และทำไมบางคู่ถึงได้คบหากันไปจนถึงขั้นแต่งงาน มาไข “ความลับ” ของ “ความรัก” ด้วยวิทยาศาสตร์และการเก็บสถิติ พร้อมวิธีรักษาความสัมพันธ์ไม่ให้หมดโปรเป็นของแถม


สมองของวัยรุ่นเมื่อมีความรัก

            อยากรู้ไหมว่าทำไมเราถึงได้งอแงเวลามีความรัก มักจะอิจฉาคู่รักที่เป็นผู้ใหญ่ มันไม่ได้แปลว่าเราเด็ก หรือไม่เข้าใจความรักหรอกนะ แต่เป็นเพราะสมองส่วนหน้ายังพัฒนาไม่เต็มที่ เลยทำให้มีอาการงอแงบ้าง

อายุ 15-18 ปี สมองส่วนหน้ายังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้หงุดหงิดง่าย เจ้าอารมณ์ ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล

อายุ 25 ปีขึ้นไป สมองส่วนหน้าพัฒนาเต็มที่ ทำให้คิดหน้าคิดหลัง ใจเย็น มีเหตุผล มีความเป็นผู้ใหญ่


ความรัก = สารเคมี

            มีสารเคมีที่เป็นตัวเอกในเรื่องรักโรแมนติกอยู่ 6 ตัวที่เราต้องรู้ จากการวิจัยของ เฮเลน ฟิชเชอร์ นักมานุษยวิทยาที่เชี่ยวชาญเรื่องรักโรแมนติก พบว่า ถ้ามีฮอร์โมนเหล่านี้มาก คู่รักจะรักกันมาก ถ้ามันเริ่มลดลงนั่นแปลว่า คู่รักจะเริ่มเหินห่างหรืออยากเทกัน

โดพามีน (Dopamine) ฮอร์โมนแห่งการสร้างความรู้สึกปลาบปลื้ม หลงรัก

เอสโตรเจน (Estrogen) ฮอร์โมนเพศหญิงมีบทบาทสร้างเสน่ห์แบบผู้หญิง

เทสโทสเตอโรน (Testosterone) ฮอร์โมนเพศชายมีบทบาทดึงดูดเพศตรงข้าม

อะดรีนาลีน (Adrenaline) ฮอร์โมนแห่งความสุขจากความรัก

เซโรโทนิน (Serotonin) ฮอร์โมนแห่งความรักลึกซึ้ง อบอุ่น มีเหตุผล

ออกซิโทซิน ( Oxytocin) ฮอร์โมนแห่งความสุขจากการได้สัมผัสคนรัก


ทำไมเราถึงนก โดนเททุกที


            การโดนเท คือ การที่คุยกันอยู่ดี ๆ อีกฝ่ายก็หายไป ไลน์ไม่ตอบ ขาดการติดต่อ ไม่มีแม้แต่คำบอกลา คำตอบก็คือ คนเราทุกคนมีสเปคในใจที่เกิดจากภูมิหลังประสบการณ์ สิ่งที่ขาด และสิ่งที่ต้องการ สิ่งที่เหมือนหรือต่างกัน แรกๆ อาจดึงดูดกันได้ แต่ถ้าไม่ผ่านสเปคที่ตั้งไว้ในใจ ก็จะโดนเทโครม เพราะฉะนั้นไม่มีใครผิดถูก มันเป็นเรื่องของความเข้ากันไม่ได้นั่นเอง


1. ช่วงตกหลุมรักขึ้นไม่ไหว 3 นาทีแรก

ฮอร์โมนเด่น = ฮอร์โมนเพศ - โดพามีน - อะดรีนาลีน 

                ช่วงเวลาที่เราปิ๊งใคร นอกจากจะเป็นเรื่องของพรหมลิขิตแล้ว ด้านวิทยาศาสตร์คือ เรื่องของฮอร์โมนเพศของคนสองคนที่ดึงดูดกันพอดีเป๊ะ ซึ่งมันใช้เวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น ก่อนสารโดพามีนและอะดรีนาลีนจะมิกซ์กันอย่างพอดี หลั่งออกมาให้รู้สึกว่าคนนี้ใช่! ไออาการหัวใจเต้นแรงเวลาเจอคนที่ใช่ ก็เพราะฮอร์โมน 3 ตัวนี้เลย  


ฮอร์โมนแห่งรักแรกพบ

ฮอร์โมนเพศ ได้แก่ เทสโทสเตอโรนและเอสโตรเจน ปล่อยความมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม      

โดพามีน ทำให้รู้สึกดี ตื่นตัว หมกมุ่น มีความสุข  

อะดรีนาลีน ทำให้ใจเต้นแรง เหงื่อแตก ทำตัวไม่ถูก  


ทำไมเราถึงรักคนนี้ไม่รักคนอื่น

            ที่บอกว่าเนื้อคู่มักหน้าตาคล้ายกัน จริง ๆ แล้ว คนเรามักจะมองหาคนที่มีบางสิ่งคล้ายตัวเองต่างหาก เฮเลน ฟิชเชอร์ นักมานุษยวิทยา พยายามที่จะหาเหตุผลมาอธิบายว่า ทำไมเราถึงรักคนนี้ไม่รักคนอื่นได้คร่าว ๆ ดังนี้

มาจากฐานะทางบ้านใกล้เคียงกัน

มีความฉลาดเท่ากัน

มีระดับความแข็งแรง หน้าตาดีพอกัน

มีค่านิยมทางศาสนาเหมือนกัน

มีประสบการณ์ในวัยเด็กคล้ายกัน


2. ช่วงโปรโมชั่น 1 ถึง 5 เดือนแรก

ฮอร์โมนเด่น = โดพามีน - อะดรีนาลีน - เซโรโทนิน

            เป็นช่วงที่ทำให้ชีวิตรักเราสดใส เพอร์เฟคที่สุด เอาแต่นั่งฝันเพ้อ ละเมอถึงคนรัก รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ มีพลังเยอะ เขาหรือเธอทำอะไรก็น่ารักไปหมด อยากลองทำอะไรที่เขาชอบ รวมถึงการมองข้ามข้อเสียต่าง ๆ ของคนรักไปด้วย


ฮอร์โมนแห่งความรัก

โดพามีน ทำให้มีความสุข มีพลังเยอะ กระตุ้นอยากทำทุกอย่างให้เขารักตอบ

อะดรีนาลีน ทำให้เขินอาย ประหม่า หน้าแดง หัวใจเต้นแรง ทำตัวไม่ถูกต่อหน้าคนที่ชอบ

เซโรโทนิน ทำให้คิดถึง เหงา กระวนกระวายเพราะรัก


3. ช่วงหมดโปรโมชั่น เข้าเดือนที่ 5

ฮอร์โมนเด่น = โดพามีน - ออกซิโทซิน 

            ช่วงหมดโปรโมชั่นในแง่ของวิทยาศาสตร์ไม่ได้แปลว่าเรากำลังหมดรักกันนะ แต่เป็นเพราะสารเคมีในสมองเริ่มจะหมดอายุขัยต่างหาก ร่างกายจะเริ่มดื้อ และเคยชินกับสารเคมีในช่วงตกหลุมรัก ทำให้เลิกคุยโทรศัพท์ยันเช้า ข้อเสียที่เคยรับได้ก็อาจรับไม่ได้ เป็นช่วงที่หลายคู่ต้องเลือกระหว่างจะเลิกหรือไปต่อดี




ฮอร์โมนที่ทำให้หมดรัก

ในช่วงนี้ควรหมั่นเติมสารเคมีให้กับความรัก เพราะถ้าปล่อยให้มันหมด ก็แปลว่าหมดรักนั่นเอง

เพิ่มโดพามีน โดยการสร้างเซอร์ไพรส์ ทำอะไรที่คาดไม่ถึงให้กันบ่อย ๆ

เติมออกซิโทซิน โดยการสัมผัสกัน กอดกัน จับมือกัน เพื่อเพิ่มความผูกพัน

หาขนมหวานกิน ก่อนจะทะเลาะกัน เพราะถ้าน้ำตาลในเลือดน้อยเวลาทะเลาะจะยิ่งโมโห


ทำไมบางคนถึงเจ้าชู้จัง

เฮเลน ฟิชเชอร์ นักมานุษยวิทยา ได้อธิบายว่าทำไมคนเราถึงได้นอกใจกันไว้อย่างน่าสนใจว่า สมองในส่วนของความรักมีอยู่ 3 ระบบคือ ความใคร่ ความผูกพันทางอารมณ์ และความรักโรแมนติก ถ้าทั้ง 3 ระบบนี้ ไม่ได้อยู่ในตัวคนที่เรารักคนเดียว เช่น คุณมีรักโรแมนติกอยู่กับคนนี้ แต่กลับไปมีความใคร่กับอีกคน สุดท้ายถ้าไม่มีศีลธรรมยับยั้ง ก็จะเกิดการนอกกาย นอกใจกันในที่สุด


4. ช่วงผูกพัน หลัง 6 เดือน ถึง 1 ปี

ฮอร์โมนเด่น = ออกซิโทซิน - วาโซเพรสซิน  

            รักในช่วงนี้จะไม่หวือหวา แต่จะกลายเป็นรักความผูกพันอันแข็งแรง อบอุ่น อยากดูแล หากคู่รักผ่านด่านช่วงหมดโปรโมชั่นมาได้ ฮอร์โมนแห่งรักจะกลายเป็นฮอร์โมนแห่งความผูกพันอย่างที่เรามีให้เพื่อนหรือคนในครอบครัวนั่นเอง 


ฮอร์โมนแห่งรักผูกพัน  

ออกซิโทซิน หรือ สารเคมีที่เกิดจากการได้คลอเคลียกับคนรัก การกอด สัมผัสคนรัก ทำให้รู้สึกอยากปกป้องดูแล ให้อีกคนมีความสุข เหมือนที่แม่รักลูก  

วาโซเพรสซิน หรือ สารเคมีรักเดียวใจเดียว ทำให้รักกันลึกซึ้ง รักแบบผู้ใหญ่ ไม่หึงหน้ามืดตามัว มีสติมากขึ้น  


            จากบทสรุปทั้งหมดที่กล่าวมา “ความรัก” ไม่ว่าตอนเกิดขึ้นมันจะเร่าร้อนขนาดไหน แต่สุดท้ายก็ต้องมอดลงอยู่ดี เร็วๆ นี้ทางบริษัท ซีเจ เมเจอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (CJ MAJOR Entertainment) และผู้กำกับภาพยนตร์ คุณวิรัตน์ เฮงคงดี (โจ้) สร้างภาพยนตร์ที่เปิดตัวในชื่อ “Love Battle รัก 2 ปี ยินดีคืนเงิน” ที่มีบทภาพยนตร์เกี่ยวกับการคำนวณความสัมพันธ์ของคู่รัก 




            สำหรับใครที่อยากติดตามหรือเรียนรู้เกี่ยวกับอาชีพ “นักคณิตศาสตร์ประกันภัย (แอคชัวรี)” นี้ ว่าความรักจะสามารถคำนวณหรือวัดผลออกมาเป็นตัวเลขได้หรือไม่ แน่นอนว่า “ความรัก” คงไม่มีสูตรสำเร็จใดจะให้คำตอบเราได้เท่ากับการได้สัมผัสด้วยตัวของเราเอง กับภาพยนตร์เรื่อง “Love Battle รัก 2 ปี ยินดีคืนเงิน” 20 มิถุนายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ใกล้บ้านคุณ






หนังประกันตัวใหม่ ครั้งแรกที่ความรัก จะเปลี่ยนเป็นกำไร!







ลงทะเบียนร่วมรับสิทธิ์ชมภาพยนตร์ฟรี!! คลิก

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

คุณนนทิยา โทร. 098-289-0885 / คุณรุ่งนภา โทร. 061-429-5151