การบันทึกบัญชี “จากกฎหมาย 300 วันเป็น 400 วัน” | รับคำนวณผลประโยชน์พนักงาน ตามมาตรฐานบัญชี ฉบับที่ 19

18 กรกฎาคม 2562


การบันทึกบัญชี “จากกฎหมาย 300 วันเป็น 400 วัน”


เนื่องจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มีมติผ่านร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา สาระสำคัญคือการเพิ่มค่าชดเชยของลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 20 ปี ให้มีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วัน หรือ 13.3 เดือน (จากกฎหมายฉบับเดิมที่ได้รับค่าชดเชย 300 วัน หรือ 10 เดือน) โดยผลการพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชี เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2562 มีมติเห็นว่า

1. กรณีเป็นกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ หรือ กิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะที่ถือปฎิบัติตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 19 เรื่อง ผลประโยชน์ของพนักงาน (“กิจการ”) ย่อหน้าที่ 103.1 ระบุว่า กิจการต้องรับรู้ต้นทุนบริการในอดีตเป็นค่าใช้จ่ายเมื่อมีการแก้ไขโครงการ ดังนั้นกิจการจะรับรู้ต้นทุนบริการในอดีตเป็นค่าใช้จ่ายทั้งจำนวนในกำไรหรือขาดทุนในปี 2561 หรือปี 2562 ขึ้นอยู่กับการใช้ดุลยพินิจของกิจการในการพิจารณาว่าการแก้ไขโครงการเกิดขึ้นในปีใด
2. กรณีเป็นกิจการไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (NPAEs) ให้กิจการตั้งประมาณการหนี้สินตามดุลยพินิจของฝ่ายบริหารในงวดที่เกิดภาระผูกพันขึ้น (ตามหลักการรับรู้รายการในย่อหน้าที่ 304 ของมาตรฐานการรายงานทางการเงิน สำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ) โดยบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งจำนวนในกำไรหรือขาดทุน

ตามข้อความข้างต้น จะสังเกตเห็นว่า การจะรับรู้ร่างกฎหมายใหม่นี้ ลงบัญชีในปีใด ก็ขึ้นกับดุลยพินิจของบริษัทว่าการแก้ไขโครงการเกิดขึ้นในปีใดสำหรับกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ หรือ กิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ หรือขึ้นกับดุลยพินิจของฝ่ายบริหารในงวดที่เกิดภาระผูกพันขึ้นสำหรับกิจการไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ 

อย่างไรก็ตาม ถ้าบริษัทต้องการไปรับรู้ในปี 2562 แล้ว นั่นก็หมายความว่าในปี 2561 จะยังไม่มีการรับรู้แต่ควรให้เปิดเผยตัวเลขผลกระทบในหมายเหตุประกอบงบว่าจะเป็นเท่าไรแทน และเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้จริงในปี 2562 จึงค่อยเปลี่ยนคำนวณรับรู้ตัวเลขการคำนวณแบบ 400 วันแทน

ปัญหาอยู่ที่ว่า ถ้าต้องคำนวณ 400 วัน พร้อมกันใหม่ทั้งหมดในวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ก็คงจะทำไม่ทันกันพอดี ดังนั้น บทความนี้จึงเสนอวิธีการเตรียมพร้อมการลงบัญชีตามกฎหมายใหม่ 400 วันที่มีความแม่นยำถูกต้อง และยังสามารถคำนวณเผื่อไว้ล่วงหน้าได้

โดยหากจะต้องมีการปรับปรุงงบการเงินสำหรับ “การบันทึกบัญชี จาก 300 วันเป็น 400 วัน” นั้น ทาง ABS ขออธิบายง่ายๆ ให้ทุกคนเข้าใจโดยแผนภาพดังนี้



จากแผนภาพดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ถ้าในอดีตบริษัทมีการคำนวณผลประโยชน์พนักงานแบบ 300 วันมาก่อนแล้ว หากเมื่อมีการประกาศบังคับใช้กฎหมายในไตรมาสใด บริษัทจะต้องปรับการบันทึกบัญชีจากตัวเลขเดิมของ 300 วัน ไปเป็นตัวเลขที่ได้จากการคำนวณใหม่แบบ 400 วันทันทีในไตรมาสนั้นที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ซึ่งทาง ABS มองว่า คงเป็นไตรมาส 1 หรือไม่ก็ไตรมาส 2 ของปี 2562 นี้ 

ในทางปฏิบัติ เราก็จะคำนวณภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานแบบ 400 วันไว้ล่วงหน้า โดยจะเลือกวันประเมินเดียวกันกับที่เคยประเมินแบบ 300 วัน เนื่องจากเวลาประเมินไปข้างหน้า จะได้นำตัวเลขในหมายเหตุประกอบงบ ณ วันที่ปิดงบในแต่ละปีข้างหน้ามาใช้ได้ด้วย 

และในวันที่ประกาศกฎหมาย 400 วันมีผลบังคับใช้ บริษัทก็สามารถผูกการคำนวณจากเล่มรายงานแบบ 300 วัน ให้กลายเป็นแบบ 400 วันได้ไม่ยาก ดังแผนภาพ ที่เปรียบเหมือนถนน 2 เส้น และเปลี่ยนเลนส์กลางทาง (เช่น ที่ไตรมาส 1 หรือ ไตรมาส 2 เป็นต้น)




แต่หากไม่ทราบว่าจะต้องบันทึกบัญชีในเวลานั้นอย่างไร ก็สามารถดูได้จาก ABS Worksheet 300&400 ซึ่งจะอธิบายถึงการผูกตัวเลขของกฎหมายทั้ง 2 แบบ เข้าด้วยกัน ดังภาพ ซึ่งการจะใช้ Worksheet นี้ได้ จำเป็นจะต้องมีผลการคำนวณตามกฎหมาย 300 และ 400 วันเสียก่อน


        โดยจากภาพดังกล่าว มีขั้นตอนการบันทึกดังนี้
1. กรอกตัวเลขตามรายงาน 300 วัน



2. กรอกตัวเลขตามรายงาน 400 วัน


3. เลือกไตรมาส (เมื่อใส่ตัวเลข จะเห็นคำอธิบาย)



4. ตัวเลขจะผูกจาก 1 และ 2 โดยอัตโนมัติ และนำตัวเลขในข้อ 4 ไปบันทึกบัญชี




สามารถดาวน์โหลด ไฟล์ “ABS Worksheet 300&400” ได้ที่ คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลด สำหรับใครที่ดาวน์โหลด Worksheet ไปแล้ว แต่ไม่ทราบว่าจะใช้ Worksheet หรือกรอกข้อมูลพนักงานอย่างไร สามารถกดดูวีดีโอสอนการใช้ และคำนวณในคลิปด้านล่างนี้ได้ครับ

วีดีโอนี้จะอธิบายถึงหลักการและผลกระทบของภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานที่มีต่อกฎหมายแรงงาน 400 วัน
เพื่อให้ทุกท่านสามารถวิเคราะห์ที่มาที่ไปถึงผลกระทบได้  






หรือติดต่อทีมงานเพื่ออธิบายวิธีการผูกเล่มรายงาน 300 วัน เข้ากับ 400 วัน ได้ที่ บริษัท แอคชัวเรียล บิสซิเนส โซลูชั่น จำกัด 




รับคำนวณผลประโยชน์พนักงาน ตามมาตรฐานบัญชี
ฉบับที่ 19 | อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน)



กฎหมายใหม่ได้กำหนดว่า "เกษียณเท่ากับเลิกจ้าง" นายจ้างต้องจ่ายเงินชดเชย นายจ้างต้องทำอย่างไร? สำหรับนายจ้าง ตอนนี้ต้องเตรียมตัวคำนวณผลประโยชน์พนักงานเหล่านี้ ให้ตั้งเงินสำรองรับรู้เป็นภาระหนี้สินของบริษัท และทยอยรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละปีเอาไว้ ไม่ใช่รอไปจ่ายตูมเดียวให้กับพนักงานในตอนเกษียณ บริษัทจะขาดทุนย่อยยับ หรือไม่มีเงินจ่ายให้กับพนักงานในตอนนั้น (ยิ่งไทยเราเป็น aging society อยู่ด้วย)

การคำนวณเงินสำรองสำหรับค่าชดเชยจากการเกษียณ (ซึ่งเท่ากับเลิกจ้าง) เป็นการการันตีผลประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับตอนที่ทำงานจนถึงอายุเกษียณ ซึ่งถ้าจะตั้งเงินสำรองก็จะใช้หลักการเดียวกันแบบประกันชีวิต



หลักการที่ว่านี้จะอาศัยหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยในการคำนวณ เพื่อตั้งสำรองให้เหมาะสมและไม่มากหรือน้อยจนเกินไป (หรือถ้าไม่ใช้หลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ก็สามารถตั้งหนี้สินเผื่อเกินไว้หลายๆ เท่าตัวได้)

ดังนั้น ในทางบัญชีแล้ว นายจ้างก็ควรจะรับรู้การคำนวณผลประโยชน์พนักงานเหล่านี้เป็นหนี้สิน และตั้งเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละปีไว้ด้วย นึกเสียว่าบริษัทกำลังจ่ายเบี้ยประกันภัยให้กับตัวบริษัทเอง เพื่อเก็บเงินก้อนนี้ไว้จ่ายลูกจ้างในยามที่เขาเกษียณไป

มาตรฐานบัญชีฉบับที่ 19

ตามที่สภาวิชาชีพบัญชีได้ประกาศใช้แนวปฏิบัติทางการบัญชี มาตรฐานบัญชีไทยฉบับที่ 19 เรื่อง ผลประโยชน์พนักงาน (TAS19) และเริ่มมีผลบังคับใช้ ณ วันที่ 1 มกราคม 2554 นั้น กิจการที่มีส่วนได้เสียต่อสาธารณะ อาทิ บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทที่มีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ และบริษัทมหาชน มีความจำเป็นที่จะต้องถือปฏิบัติตามมาตรฐานบัญชีไทยฉบับที่ 19 เรื่องผลประโยชน์พนักงาน

มาตรฐานบัญชี ฉบับที่ 19 เรื่อง ผลประโยชน์พนักงานนั้น กล่าวถึงการประเมินภาระผูกพันหลังออกจากงาน เช่น การจ่ายค่าชดเชยในกรณีเลิกจ้าง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (Legal Severance Pay) และ ผลประโยชน์ระยะยาวอื่นของพนักงาน เช่น รางวัลจากการทำงานเป็นระยะเวลานาน (Long Service Award) นั้นเป็นผลประโยชน์ระยะยาวจึงต้องมีการใช้เกณฑ์คงค้างและประเมินภาระผูกพันสำหรับโครงการผลประโยชน์พนักงาน ซึ่งต้องอาศัยหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยในการคำนวณผลประโยชน์ที่ซับซ้อน



"บริษัท ABS รับคำนวณผลประโยชน์พนักงาน เป็นบริษัทที่บริการคำนวณผลประโยชน์พนักงานที่รวดเร็ว คุ้มค่า ได้มาตรฐานสากล โดยนักคณิตศาสตร์ประกันภัย คุณวุฒิสูงสุดระดับเฟลโล่จากสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และไทย ที่เชี่ยวชาญด้านการ "คำนวณผลประโยชน์พนักงาน" โดยเฉพาะ ที่ดูแลทั้งกระบวนการให้ลูกค้า เข้าถึงได้ตลอดเวลา ตอบคำถามอย่างใกล้ชิด ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้สอบบัญชีและผู้ใช้บริการกว่า 1,000 บริษัท" 


ปัญหาที่เจอบ่อยจากการคำนวณและจัดจ้างนักคณิตศาสตร์ประกันกันภัย

เราเจอมาเยอะ รับทราบปัญหามาเยอะ เราเข้าใจดีว่าคุณรู้สึกยังไง และทางออกที่ดีที่สุดก็คือการหาทีมงานนักคณิตศาสตร์ประกันภัยที่มีประสบการณ์ด้านนี้โดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้คุณได้เล่มรายงานที่มีตัวเลขถูกต้อง ทันเวลา และตอบทุกคำถามให้ผู้บริหารและผู้สอบบัญชีได้

ในช่วงที่ต้องแข่งกับเวลาในการปิดงบบัญชี เราอยากช่วยให้คุณโฟกัสไปที่เรื่องที่สำคัญที่สุด ซึ่งนั่นก็คือ การออกงบทันเวลา ได้ตัวเลขการคำนวณที่ถูกต้องเหมาะสม ประสานงานกับฝ่ายบุคคล ฝ่ายบัญชี ผู้บริหาร รวมถึงผู้สอบบัญชี และอธิบายตอบทุกคำถามให้กับทุกฝ่ายได้ด้วยความรวดเร็ว

ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องยาก แต่ด้วยระบบการคำนวณผลประโยชน์พนักงานที่ดีที่สุดในประเทศไทย ด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัยทำให้บริษัทของเราเป็นมือหนึ่งในเรื่องคุณภาพและบริการของการคำนวณผลประโยชน์พนักงาน

5 เหตุผลที่ลูกค้ายกให้เราเป็นมือหนึ่ง ด้านการคำนวณผลประโยชน์พนักงาน


1. คำนวณโดยนักคณิตศาสตร์ประกันภัย คุณวุฒิสูงสุดจากสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และไทย ระดับเฟลโล่ ประสบการณ์กว่า 20 ปี และเชี่ยวชาญด้านการคำนวณผลประโยชน์พนักงานโดยเฉพาะ
2. การันตีผลลัพธ์ใน 5 วันทำการ จากนวัตกรรมระดับโลก โดยอาศัยเทคโนโลยี Cloud Computing และ ทีมงาน Project Management พร้อมทั้งรับประกันความปลอดภัยของข้อมูลพนักงาน
3. ติดต่อและเข้าถึงเราได้ตลอดเวลา ด้วยบริการตอบคำถามอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเก็บข้อมูล วิธีการคำนวณ วิธีการกำหนดสมมติฐาน หรือแม้แต่วิธีการบันทึกบัญชี
4. เชื่อมต่อตัวเลขผลลัพธ์การคำนวณ กับตัวเลขครั้งล่าสุดได้โดยไม่มีสะดุด อธิบายการเปลี่ยนแปลงจากตัวเลขเก่าไปเป็นตัวเลขใหม่ได้ในทุก ๆ แง่มุม เพื่อให้เหมาะสมกับงบการเงินของแต่ละธุรกิจ
5. รับประกันความพึงพอใจให้กับลูกค้า ทั้งนี้ เราได้รับความไว้วางใจจากผู้สอบบัญชีและผู้ใช้บริการมากกว่า 1,000 บริษัท ทั้งในและต่างประเทศ จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ความเป็นมืออาชีพในบริการของเรา


ติดต่อได้ที่ 082 899 7979 อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน) นักคณิตศาสตร์ประกันภัย คุณวุฒิเฟลโล่ มาตรฐานสากล


วุฒิการศึกษาและคุณวุฒิ
  • ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณณ์มหาวิทลายัย (เกียรตินิยม)
  • ปริญญาโท วิศวกรรมการเงิน City University of Hong Kong (Distinction)
  • ปริญญาโท บริหารธุรกิจ (MBA) City University of Hong Kong (Best presentation award)
  • Financial Risk Manager (FRM) - Globak Association of Risk Professional จากสหรัฐอเมริกา
  • Chartered Financial Analyst ระดับกลาง (passed CFA level 2) ของ The CFA Institute จากสหรัฐอเมริกา
  • ใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุนด้านหลักทรัพย์ จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  • ใบอนุญาตเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuary License) ตามความในมาตรา 83/2 แห่ง พรบ.ประกันชิวิต
  • ใบอนุญาตเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuary License) ตามความในมาตรา 78/2 แห่ง พรบ.ประกันวินาศภัย
  • นักคณิตศาสตร์ประกันภัยคุณวุฒิระดับเฟลโล่ของประเทศไทย (Fellow of the Society of Actuaries of Thailand, FSAT)
  • นักคณิตศาสตร์ประกันภัยคุณวุฒิระดับเฟลโล่ของสหราชอาณาจักรอังกฤษ (Fellow of the Institutes of Actuaries, FIA)
  • นักคณิตศาสตร์ประกันภัยคุณวุฒิระดับเฟลโล่ของประเทศสหรัฐอเมริกา (Fellow of the Society of Actuaries, FSA)

ประสบการณ์การทำงานและตำแหน่งงานในสังคม
  • นายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย
  • นักสถิติดีเด่นแห่งชาติของสมาคมสถิติแห่งประเทศไทย
  • อาจารย์พิเศษ วิศวกรรมการเงิน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ (NIDA)
  • รองเลขาธิการ สภาธุรกิจประกันภัย
  • กรรมการสำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย
  • กรรมการผู้จัดการของบริษัท แอคชัวเรียล บิซ จำกัด (ABS)
  • บรรณาธิการและผู้เขียนหนังสือ Best Seller (The Top Job Secret และ ให้เงินทำงาน)
  • ที่ปรึกษาบทภาพยนตร์ รัก 2 ปี ยินดีคืนเงิน Love Battle ของค่ายหนัง CJ Major



บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อสอบถามหรือติดตามจะได้ไม่พลาดข่าวสารสำคัญจากเรา