เตรียมตัวก่อนเข้า IPO – เกี่ยวกับการคำนวณผลประโยชน์พนักงาน

16 กรกฎาคม 2562

เตรียมตัวก่อนเข้า IPO – เกี่ยวกับการคำนวณผลประโยชน์พนักงาน

บทความนี้เราจะมีพูดถึงการเตรียมตัวเข้า IPO ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์พนักงานกัน แต่ก่อนจะเริ่มเรื่องนั้น เรามาปูพื้นฐานกันก่อนว่า IPO ที่ว่านี้คืออะไร

ในวันที่กิจการต้องการเงินลงทุนเพิ่มเติม ก็มี 2 ทางเลือก คือ กู้เงินจากธนาคาร หรือ ระดมทุนโดยการขายหุ้นเพิ่มทุน ซึ่งเป็นการเปิดให้ผู้ลงทุนคนอื่น ๆ เข้ามาร่วมถือหุ้นกับเราในกิจการ และถ้ากิจการของเราใหญ่ระดับหนึ่ง ก็จะสามารถเสนอขายหุ้นให้กับสาธารณะได้ และจะเรียกการขายหุ้นเพิ่มทุนส่วนนี้ว่าหุ้น IPO ซึ่งย่อมาจาก Initial Public Offering

ดังนั้นหากจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ การเข้า IPO ก็คือการเปลี่ยนจากการกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ เป็นกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ
แน่นอนว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้ กฎเกณฑ์อะไรหลาย ๆ อย่าง และสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้เลยคือ เรื่องการคำนวณผลประโยชน์พนักงาน โดยเฉพาะผลประโยชน์ที่จ่ายให้พนักงานในวันที่พนักงานเกษียณอายุ ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงของบริษัท เพราะเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นในอนาคต ยิ่งประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ผลประโยชน์พนักงานนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับระเบิดเวลา



การคำนวณผลประโยชน์พนักงาน จากเดิมที่กิจการอาจจะรับรู้ภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงาน ตามมาตรฐานรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for NPAEs) ซึ่งระบุให้ต้องประมาณการหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นด้วยวิธีการประมาณการที่ดีที่สุด ซึ่งไม่ได้กำหนดวิธีการคำนวณไว้แน่นอน หรือพูดตามตรงคือ วิธีอะไรก็ได้ที่ผู้สอบบัญชีมองว่าสมเหตุสมผล

แต่เมื่อเข้า IPO กิจการก็ต้องเปลี่ยนไปบันทึกบัญชี ตามมาตรฐานรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for PAEs) โดย 1 ในมาตรฐานชุดนี้ คือมาตรฐานการบัญชีไทย ฉบับที่ 19 (TAS19) ซึ่งสนับสนุนให้คำนวณภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานด้วยหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ซึ่งจะมีความซับซ้อนกว่ามาก

ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงมาตรฐาน หรือเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณ ส่วนใหญ่แล้ว มักจะส่งผลให้ภาระผูกพัน และค่าใช้จ่ายที่กระทบกับงบกำไรขาดทุนของบริษัทในแต่ละปี จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เพราะมีการเพิ่มสมมติฐานบางอย่างเข้ามา
สุดท้ายแล้วกำไรขาดทุนของบริษัทก็จะผันผวนไปจากเดิมมาก ดังนั้นกิจการควรจะเตรียมตัวจัดจ้างคำนวณผลประโยชน์พนักงานตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 ปี เพราะหากต้องการให้กำไรของบริษัทสม่ำเสมอไม่กระโดดขึ้น ๆ ลง ๆ ผลประโยชน์พนักงานก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน 


จากภาพด้านบน เป็นกระแสเงินสดที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตจากการจ่ายเงินชดเชยผลประโยชน์พนักงาน ซึ่งถ้าบริษัทไม่ได้สำรองเงินส่วนนี้ไว้ก่อน เงินส่วนนี้ก็จะกระทบกับงบกำไรขาดทุนของบริษัททันที และอาจทำให้บริษัทขาดทุน หรือยิ่งไปกว่านั้น อาจทำให้บริษัทล้มละลายได้เช่นกัน และเมื่อคำนวณตามมาตรฐาน TAS19 แล้ว ต้องทำจริงจัง และทำให้ถูกต้อง ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องใช้นักคณิตศาสตร์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ไม่เช่นนั้น อาจจะได้ผลการประมาณการที่ผิดพลาด แล้วไปเกิดปัญหาในวันที่จะเข้า IPO ซึ่งการตรวจสอบคุณวุฒิของนักคณิตศาสตร์ประกันภัยนั้น


สามารถตรวจสอบได้จาก www.soat.or.th 

ขอบคุณอ้างอิงจาก :  



บทความที่เกี่ยวข้อง



ติดต่อสอบถามหรือติดตามจะได้ไม่พลาดข่าวสารสำคัญจากเรา